สิ่งที่ช่างภาพควรรู้ก่อนจะลั่นชัตเตอร์ถ่ายภาพสถานที่

picture

การถ่ายภาพสมัยนี้เป็นเรื่องง่ายมากขึ้น จากการเข้ามาของเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน และกล้องดิจิตอลรูปแบบต่างๆ แต่การถ่ายรูปนั้นแม้ว่าจะกดลั่นชัตเตอร์ได้อย่างง่ายๆ แต่การจะถ่ายภาพให้สวย ตัวช่างภาพเองก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจบางอย่างด้วยจะทำให้ได้ภาพที่ออกมาสวยงาม ว่าแต่ไอ้ความรู้บางอย่างนี้มันคืออะไร มีอะไรบ้าง

กฎ กติกา ความเชื่อ ข้อห้าม ของสถานที่

บางครั้งการเดินทางไปท่องเที่ยวที่เราไม่เคยไป หากเราประทับใจก็ไม่แปลกในการจะชักภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันหน่อย แต่บางครั้งก่อนเราจะถ่ายรูป เราต้องศึกษาข้อมูลมาด้วยว่า การถ่ายรูปสถานที่ตรงนั้นเป็นเรื่องเหมาะสม สมควรหรือไม่ สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพด้วยเหตุผลต่างๆนานา เราต้องปฏิบัติตามด้วย อย่าลืมว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวไม่ใช่นักสืบ อีกอย่างการฝืนข้อห้ามไปถ่ายรูปอาจจะส่งผลเสียได้ ยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อยิ่งไปกันใหญ่ อะไรทำตามได้ก็ทำตามไปเลยดีกว่า เรื่องนี้ยังรวมถึงพฤติกรรมอื่นในการท่องเที่ยวด้วยเช่น เครื่องแต่งกาย เวลาเข้าออก เป็นต้น

แสงและเงาของสถานที่

หากไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวแบบโล่งแจ้ง ช่างภาพอย่างเราหากต้องการภาพสวยงามอาจจะต้องศึกษาทำการบ้านมาสักหน่อยว่า สถานที่นั้นจะมีแสงตรงไหน แสงสวยที่สุดในช่วงเวลาใด เนื่องจากแสงและเงาจะช่วยขับให้ภาพออกมาสวยงามแบบไม่ต้องพึ่งการตัดต่อมากนัก ถ้าหากไปเที่ยวในถ้ำอาจจะต้องพกแสงไปเพิ่มเพื่อให้ได้ภาพตามต้องการ

มุมถ่ายภาพประจำ หรือ แลนด์มาร์ค

เว็บไซต์สำหรับรีวิวการท่องเที่ยวมีเยอะมากในท้องตลาด เราอาจจะต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นพื้นฐานในการทำงานถ่ายภาพของเราด้วย กล่าวคือ เราต้องเช็คมุมกล้อง หรือ มุมถ่ายภาพ จุดแลนด์มาร์คของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นจากเว็บไซต์เหล่านี้แหละ ทำให้เวลาไปแล้วจะได้ภาพที่สวยงาม และไม่พลาดมุมสวยๆ ไม่งั้นไปถึงแล้วไม่ได้ถ่ายอาจจะกลับมาบ่นว่า อ้าวยังไม่ได้ถ่ายรูปภาพมุมนี้เลยนี้นา เสียดายโอกาสกันไป

อาวุธคู่ใจต้องพร้อม

ทำความเข้าในสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว อาวุธคู่ใจของตัวเองก็ต้องทำการบ้านด้วย ก่อนจะออกไปถ่ายภาพต้องทำการบ้านกันหน่อยว่า กล้องของเรานั้นมีความพร้อม หรือ เหมาะสมกับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นแค่ไหน เมมโมรี่เตรียมพื้นที่ว่างพอ แบตชาร์ตเต็มหรือยังหากจะพกเลนส์ไปเสริมก็ต้องเตรียมด้วยว่า จะหยิบเลนส์ไหนไปจะช่วยให้ภาพออกมาดีที่สุด หากไปถ่ายภาพแล้วเตรียมไม่พร้อมสักอย่างมันก็เหมือนออกไปรบแล้วไม่พกดาบนั่นแหละ

ช่างภาพอย่างเราก่อนออกทริปครั้งต่อไป อย่าลืมเช็คข้อมูล มุมกล้อง สถานที่ และกล้องให้พร้อม เพื่อให้ได้ภาพสถานที่ท่องเที่ยวออกมาสวยงามจับใจ ได้ตามต้องการ

ข้อควรระวังของมือใหม่ถ่ายภาพใต้น้ำ

picture

โลกใต้ทะเลประเทศไทยนั้นถือว่าสวยงามไม่แพ้ใครเช่นกัน ทั้งความอุดมสมบูรณ์ ปะการัง สัตว์ทะเล และอีกมากมายต่างเป็นเหมือนโลกอีกใบที่ซ่อนรออยู่ใต้ทะเลของเรา แน่นอนว่านอกจากการดำน้ำลงไปสำรวจและค้นหาแล้วการหาโอกาสถ่ายภาพกลับขึ้นมาด้วยเป็นสิ่งที่หลายคนอยากจะทำ อย่างไรก็ตามการถ่ายภาพใต้น้ำไม่ง่ายอย่างที่คิด วันนี้เราขอนำเสนอข้อควรระวังของมือใหม่ในการถ่ายภาพใต้น้ำไว้ด้วย

ตั้งค่า white balance

จุดแรกที่คนถ่ายภาพใต้น้ำอาจจะไม่รู้มาก่อนก็คือเรื่องของแสง เนื่องจากใต้น้ำแสงและการมองเห็นของเราจะผิดปกติไปจากบนบก อีกทั้งแสงจะทำให้ภาพออกมาผิดเพี้ยนไปได้ เวลาเราดำน้ำลงไปแสงในระยะไม่เกิน 3 เมตรแสงสีขาวก็ยังเป็นสีขาว หากอยู่ในระดับ 4-5 เมตร สีขาวจะกลายเป็นสีเขียว และหากเกิน 5 เมตรขึ้นไป แสงสีขาวจะกลายเป็นแสงสีน้ำเงิน ดังนั้นเราต้องปรับโหมดกล้องให้มันตั้งค่า white balance ไว้ก่อน ไม่งั้นภาพออกมาสีเพี้ยนจะตกใจเอา

ตั้งระบบกันสั่น

การถ่ายภาพใต้น้ำนั้น ไม่ง่ายเท่าไรนัก ไม่ว่าจะเป็นถ่ายในทะเล แม่น้ำ หรือท้องทะเลลึก เราจะโดนกระแสน้ำพัดไปพัดมาตลอดเวลา ยังไม่รวมถึงการขยับตัวน้ำที่เราจะทำให้ตัวเองนิ่งได้ยากมาก(น้ำมันพยุงตัวเรา) นั่นทำให้เราต้องตั้งกันสั่นของกล้องเพื่อให้เวลาถ่ายภาพนั้นได้ภาพนิ่งจริงๆ อาจจะตั้งระบบกันสั้น หรือติดตั้งตัวกันสั่นก็จะช่วยได้ อย่างไรก็ตามมือของเราต้องนิ่งพอในระดับหนึ่งด้วย

ตั้งค่าความไวแสงต่ำ

แสงในน้ำทะเลนั้นมีน้อยมาก แต่เราก็ต้องค่าความไวแสงให้น้อยเข้าไว้ กล่าวคือ ค่า ISO เราต้องตั้งให้น้อยหน่อยสัก 100-200 ก็จะพอดี ถามว่าทำไมต้องเอาค่า ISO ช่วงนี้คำตอบคือ หากตั้งค่า ISO สูงมากกว่านี้ จะทำให้ภาพเกิดคลื่นแทรก หรือ สัญญาณรบกวนมากเกินไปทำให้ภาพออกมาไม่สวยได้ อีกด้านหนึ่งรูรับแสง ค่า f ควรอยู่ที่ f/8-16 ก็เพียงพอแล้ว แถมยังได้ภาพหน้าชัดหลังเบลด้วย

แฟลชไม่ต้องใช้จะดีกว่า

การถ่ายภาพในท้องทะเลแม้จะแสงน้อยอยู่แล้ว แต่ถามว่าควรใช้แฟลชไหมบอกเลยว่าไม่เหมาะ เนื่องจากแฟลชจะทำให้เห็นความขุ่นของน้ำทะเล กลายเป็นภาพที่เหมือนมีฝุ่นละอองลอยฟุ้งกระจายเต็มภาพเลยไม่สวย อีกอย่างหนึ่งคือโฟกัสของภาพควรถ่ายให้ใกล้เข้าไว้เนื่องจากสายตาคนกับสายตามองกล้องไม่เหมือนกัน ถ่ายใกล้ๆไว้ก่อนได้รายละเอียดดีกว่า สำหรับมือใหม่เวลากดชัตเตอร์ แนะนำว่าเอาแบบรัวเลย แบบกดทีเดียวได้มา 5-10 ภาพแล้วค่อยไปเลือกเอา ดีกว่าถ่ายภาพเดียวแล้วเสีย มันก็จะเสียใจซะเปล่าๆ

เทคนิคการถ่ายภาพด้วยกล้องมือถือ iPhone

Techniques with iPhone Camera

แน่นอนว่าหนึ่งในกิจกรรมยอดฮิต สำหรับผู้ใช้งาน Smartphone และชอบเล่นสื่อโซเชี่ยวต่างๆ ก็คงหนีไม่พ้นการถ่ายรูป และอัพโหลดลง Social network ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Facebook หรือ Instagram ซึ่งถ้าภาพนั้นเป็นภาพที่ถ่ายออกมาได้อย่างสวยงาม จำนวนความชอบของผู้คนก็มากขึ้นตามไปด้วย และในปัจจุบันนี้ Smartphone ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของเมืองไทยก็คือ iPhone นั่นเอง เพราะรูปลักษณ์หรูหรา มีระบบปฏิบัติการเป็นของตัวเอง แถมกล้องก็ได้รับการพัฒนามาจนถึงขีดสุด แต่ถึงได้รับการพัฒนามาดีอย่างไร แต่ถ้าผู้ใช้ใช้ไม่เป็นมันก็ออกมาไม่เต็มประสิทธิภาพอย่างแน่นอน วันนี้เราจึงนำเทคนิคแบบง่ายๆแต่ถ่ายออกมาสวยแน่ๆมาฝากกันค่ะ

เทคนิคการถ่ายภาพด้วยกล้องมือถือ iPhone

จับตัวเครื่องให้อยู่ในแนวนอน

ความจริงแล้วสายตาของมนุษย์นั้น ถูกจัดวางเอาไว้ในแนวนอน ถ้าเราถ่ายรูปวิวหรือสถานที่ต่างๆออกมาในแนวนอน ภาพนั้นก็จะเกิดความดึงดูดสายตาของผู้ชมมากว่านั่นเอง อีกทั้งยังเก็บรายละเอียดได้มากอีกด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตามเทคนิคนี้ยกเว้นกรณี ถ่ายรูปใบหน้า หรือรูปร่างของคน การถ่ายแบบแนวตั้งจะดีกว่า

จับ IPhone ให้มั่นคง

การจับโทรศัพท์ด้วยมือเดียวย่อมไม่มั่งคงเท่า 2 มืออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณควรจับ 2 มืออย่างมั่นคง นอกจากจะเป็นการป้องกันการทำโทรศัพท์ตกจากมือแล้ว ยังเป็นการช่วยเพิ่มความนิ่ง ลดอาการสั่นไหวของภาพถ่ายได้อีกด้วย

3 แชะ

เวลาที่เราต้องถ่ายภาพเป็นหมู่คณะ มักเกิดปัญหายิบย่อยเยอะแยะมากมาย เช่น เพื่อนบางคนอาจหลับตาบ้าง , ไม่มองกล้องบ้าง , กำลังทำหน้าเหว๋ออยู่บ้าง โดยปัญหานี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่คุณเปิดโหมดถ่ายภาพแบบต่อเนื่อง 3 ภาพในคราวเดียว โดยโหมดนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รูปดีๆมากขึ้น ทำให้คุณมีภาพดีๆเก็บไว้เป็นความทรงจำค่ะ

หลีกเลี่ยงการ Zoom ตอนถ่ายรูป

แน่นอนว่ากล้องดิจิตอลของ iPhone ทรงประสิทธิภาพ สามารถ Zoom ได้หลายเท่า แต่มันไม่ใช่การ Zoom ด้วยเลนส์ เหมือนกับกล้อง DSLR ที่มันยังเก็บคุณภาพของรูปภาพเอาไว้ได้ แต่ถ้าเป็นการ Zoom แบบดิจิตอล รายละเอียดต่างๆที่ได้มา จะไม่มีความคมชัด ภาพแตกบ้าง ภาพเบลอบ้าง ถ้าคุณทำได้แนะนำว่าเดินเข้าไปใกล้ๆในสิ่งที่อยากถ่ายดีกว่า

เปิดใช้โหมด HDR

ผู้ใช้งาน iPhone หลายๆ คนชอบบอกว่า เมื่อเปิดใช้งานโหมด HDR การทำงานของกล้องช้าลง แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง แต่ในทางตรงกันข้าม โหมด HDR บน iPhone เป็นโหมดที่มีประโยชน์ที่ชอบถูกมองข้าม คือ เมื่อเราถ่ายภาพด้วยโหมด HDR  iPhone จะเก็บภาพ 3 ภาพภายใน 1 รอบ แต่ละภาพก็จะแบ่งออกเป็น ภาพค่าชดเชยแสงต่ำ, ภาพค่าชดเชยแสงสูง และภาพค่าชดเชยแสงปานกลาง ต่อมาเครื่องก็จะทำการนำส่วนดีที่สุดของทั้ง 3 ภาพรวมเข้าไว้ด้วยกัน ผลลัพธ์ คือ จะได้ภาพอันมีสภาพแสงสมบูรณ์ที่สุดนั่นเ

เทคนิคการถ่ายภาพ หน้าชัดหลังเบลอให้เหมือนกับมือโปร

Photography Techniques photo

Photography Techniques
หลายๆคนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ ค่อนข้างมาก เพราะคิดว่า แค่ซื้อกล้องกับเลนส์ราคาสูงๆ ก็สามารถถ่ายได้แล้ว แน่นอนว่าถ้า เป็นอุปกรณ์คุณภาพดี เช่น มีรูรับแสงดีกว่า ก็จะถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอได้มีประสิทธิภาพมากกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ตามวิธีที่นำมาสอนนี้ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ใช้การฝึกฝนก็สามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอให้เหมือนกับมือโปรได้ โดยไม่ต้องซื้อเลนส์ราคาแพง ในกรณีที่เรามีงบประมาณจำกัด

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความคมชัดของพื้นหลัง ได้แก่

1. รูรับแสง
2. ความยาวโฟกัสของเลนส์
3. ระยะห่างของวัตถุกับพื้นหลัง
สรุปแล้วปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ ภาพหน้าชัดหลังเบลอ ได้แก่ ตัวเลนส์ และระยะห่างของวัตถุกับพื้นหลัง อันดับสุดท้ายคือ ความกว้างของรูรับแสง หรือรูรับแสงก็เป็นแค่ปัจจัยประกอบอีกอย่างเท่านั้น และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างในการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอให้ออกมาสวย คือผู้ถ่ายต้องเลือก Location ดีๆ โดยต้องเลือก Location ที่ตั้งวัตถุให้มีระยะห่างกับพื้นหลังได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ขนาดของเลนส์ที่เหมาะสมก็ คือ 85 mm ขึ้นไป แต่ไม่ควรสูงถึง 300mm เพราะตัวผู้ถ่ายจะเกิดอาการเหนื่อยล้าเสียเองเนื่องจากต้องถอยออกไปยืนไกลเกินไป
และยิ่งตัวเลขของค่าF น้อย ก็จะเท่ากับรูรับแสงกว้าง ถ้ายิ่งค่ารูรับแสงกว้างเท่าไร ก็จะทำให้ภาพนั้นมีความ หน้าชัดหลังเบลอมากขึ้น พูดง่ายๆก็คือระยะที่เราไปโฟกัสนั้นจะมีความเด่นชัดขึ้น
เทคนิคยิ่งห่างยิ่งเบลอ คือ ยิ่งวัตถุที่เราถ่ายอยู่ห่างจากพื้นหลังมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้พื้นหลังของภาพเบลอได้มากกว่า แต่ถ้ายิ่งนำวัตถุไปวางใกล้ฉากหลังมากเท่าไหร่ ระยะการเบลอของภาพก็จะน้อยไปด้วยนั่นเอง
นอกจากนี้ ความสำคัญในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ หรือถ่ายรูปสวยออกมาตามต้องการ อีกอย่าง คือ ผู้ถ่ายต้องขยันหมั่นฝึกฝนฝีมือบ่อยๆ ทำใจเย็นๆสบายๆ ถ่ายไปเรียนรู้ไป ด้วยความสนุก อย่าใจร้อน กดดัน ตัวเองว่าจะถ่ายให้ได้ภายในครั้งเดียว แต่ควรฝึกซ้อมไปเรื่อยๆ โดยขอความร่วมมือจากเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัว ให้เขายืนโดยมีฉากหลัง ส่วนตัวผู้ถ่ายก็ทำการปรับระยะห่างที่เห็นว่าเหมาะสมไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ต้องดูความสมดุลระหว่างตัววัตถุกับพื้นหลังด้วย ปรับไปเรื่อยๆจนกระทั่งได้ภาพพื้นหลังซึ่งดูนุ่มเบลอ ออกมา คุณรู้ไหมว่าการถ่ายภาพแบบนี้ไม่มีสูตรตายตัว แต่สามารถจับเทคนิคของภาพได้จากการดูผลงานของคนเก่งๆ รวมทั้งฝึกซ้อม ซ้อม ซ้อม อย่างไม่หยุดยั้ง

ช่างภาพอันดับ 1 เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

number_1

Alexander Petrosyan ช่างภาพชาวรัสเซีย โดยเริ่มถ่ายภาพตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 งานของอเล็กซานเดอร์ มีความแตกต่างจากช่างภาพในสมัยนั้นอยู่มาก เพราะเขามีแนวคิดที่จะนำเสนอภาพในมุมมองของความเป็นธรรมชาติ ทั้งภาพของคนที่กำลังหัวเราะ กำลังเศร้า กำลังพูดคุย ทั้งสภาพบ้านเมือง ที่แสดงให้เห็นทั้งความเจริญ ความเสื่อมโทรม รวมไปถึงวัฒนธรรมต่างๆ โดยภาพที่อเล็กซานเดอร์ถ่ายจะไม่ได้ถูกจัดฉาก ทำให้ภาพที่ออกมามีความเป็นธรรมชาติ และมีความโดดเด่น จนกระทั่งมีนิตยสารมาติดต่อให้อเขาเข้าไปเป็นช่างภาพประจำนิตยสาร

Alexander Petrosyan กับ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

อเล็กซานเดอร์ ได้เปลี่ยนประวัติศาสตร์วงการถ่ายภาพ ด้วยการนำมุมมองใหม่ๆ ของเมืองเซต์ปีเตอร์สเบิร์กที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น ออกมาเผยแพร่ จนทำให้หลายๆ คนติดตามผลงานของเค้าอย่างมากมาย อเล็กซานเดอร์ เปทรอสยัน เลือกที่จะถ่ายภาพแนวสตรีท ที่ฉีกกฎการถ่ายรูปในสมัยนั้น เค้าถ่ายรูปผู้คน อาคารบ้านเรือน สถาปัตยกรรมต่างๆ ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยเลือกที่จะถ่ายในมุมที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นกัน

ความโชคดีที่ทำให้ภาพของอเล็กซานเดอร์ แตกต่างจากช่างภาพคนอื่นๆ อีกปัจจัยหนี่ง คืออเล็กซานเดอร์ เป็นคนพื้นเมืองที่นี่ เขาจึงมีเวลาในการถ่ายภาพค่อนข้างมาก แต่ละภาพจึงออกมาอย่างหลากหลาย ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นไปได้ยากหากช่างภาพจากต่างเมือง จะมาถ่ายภาพที่นี่ในระยะเวลาสั้นๆ แล้วจะทำภาพออกมาได้อย่างภาพของอเล็กซานเดอร์

อเล็กซานเดอร์ เปทรอสยัน กล่าวว่า มันเป็นเรื่องยากสำหรับช่างภาพหรือนักท่องเที่ยวที่จะให้เพียงเวลาสั้นๆ อยู่ในเมืองที่ไม่คุ้นเคย ที่จะสร้างผลงานออกมาได้อย่างน่าพอใจ มากกว่าคนที่อาศัยหรือคุ้นเคยในที่นั้นอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เพราะถ้าหากคุณมีความพยายาม และความทุ่มเทให้กับงานมากพอ คุณสามารถที่จะใช้เวลาเข้าไปอยู่ในที่แห่งนั้น อยู่กับคนในพื้นที่นั้นทุกๆ เทศกาล ทุกฤดู ทุกวัน ได้เรียนรู้แสงในแต่ละเวลา  และเรียนรู้ทุกๆ อย่างในพื้นที่แห่งนั้น ที่เป็นปัจจัยช่วยให้ภาพของคุณออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด และพยายามไม่ทำในสิ่งที่ใครหลายๆ คน ทำมาซ้ำๆ เดิมๆ เพราะมันน่าเบื่อ

อเล็กซานเดอร์ ไม่ชอบที่จะถ่ายรูปวิวสวยๆ โดยให้เหตุผลไว้ว่า รูปภาพพวกนี้มีคนถ่ายสวยๆ ไว้มากพอแล้ว เขาเองอยากจะสร้างความแตกต่าง สร้างเอกลักษณ์ให้กับผลงานของตัวเอง เพื่อความสุขและคุณค่าของภาพนั้นๆ แถมยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่มุมมองในแง่ต่างๆ ของผู้คน เทศกาล  อาคารบ้านเรือนในมุมมองต่างๆ ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รวมถึงความงดงามของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในแต่ละฤดูด้วย ซึ่งแน่นอนว่า Alexander Petrosyan ช่างภาพผู้มากความสามารถและผู้ที่มีความคิดที่แตกต่างท่านนี้ ย่อมได้รับรางวัลจากการถ่ายภาพอย่างมากมายหลายรางวัล เช่นรางวัล St. Petersburg Award for Photographer of the Year 2 ปีซ้อนด้วยกัน และรางวัลสูงสุดของช่างภาพนักเดินทางใน daily life catalog

มุมยอดฮิตจาก Saint Petersburg

photographer

หลายคนคงได้เคยยินชื่อเสียงเรียงนามของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก กันมากบ้างแล้ว ว่าเป็นเมืองแห่งเทพนิยาย มีทั้งโบสถ์ วิหาร พระราชวังที่สวยสดงดงาม แถมยังเป็นเมืองที่มีหญิงสาวที่สวยมากๆ จึงทำให้หลายๆ คนอยากจะไปเยือน ณ เมืองแห่งนี้ สักครั้งหนึ่งในชีวิต ภาพถ่ายเมืองนี้โดยส่วนมากจะเป็นภาพโบสถ์ วิหาร พระราชวัง ป้อม อาคาร ที่มีชื่อเสียง นั่นก็เพราะว่าในแต่ละสถานที่นั้นสวยงามสมคุณค่าแกการถ่ายภาพจริงๆ ไม่ว่าจะถ่ายออกมาในมุมไหน ก็แทบจะไม่มีที่ติ ด้วยความงดงามของเมืองนี้ จึงทำให้ช่างภาพจากทั่วโลกให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยว พร้อมเก็บภาพสวยๆ งามๆ จากเมืองแห่งนี้กลับไป
– ภาพโบสถ์แห่งหยดเลือด คือภาพที่เราเห็นกันบ่อย และเหตุผลที่เห็นบ่อยเพราะสถานที่แห่งนี้ดึงดูดความสนใจจากช่างภาพนั่นเอง เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีโบสถ์อันงดงามที่ตั้งอยู่ข้างๆคลอง Griboyedov ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาล่องเรือ ก็จะได้เห็นพร้อมทั้งถ่ายรูปโบสถ์แห่งนี้ไปด้วย ดังนั้นภาพส่วนใหญ่ที่เราเห็น จะเห็นเป็นภาพโบสถ์จากภายนอกที่ตกแต่งด้วยสีที่งดงาม มีหลังคาคล้ายระฆังคว่ำแต่ยอดแหลม มีหน้าต่างเป็นแบบตัวยูคว่ำ ตัวผนังโบสถ์จากภายนอกจะเป็นสีน้ำตาลอิฐ ถ่ายคู่กับคลองที่ไหลผ่านข้างๆโบสถ์ ส่วนภายในโบสถ์ ประดับไปด้วยลวดลายของกระเบื้องโมเสก ที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความประณีตของคนสร้างอย่างแท้จริง และหากมาถึงเมืองนี้แต่ไม่ได้เข้ามายังโบสถ์แห่งนี้ก็ถือว่ายังมาไม่ถึงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
– ภาพพระราชวังฤดูหนาว เป็นพระราชวังที่มีชื่อเสียงมากๆ ของรัสเซีย ภายนอกนั้นถูกตกแต่งด้วยโทนสี สีเขียวและขาว ในแบบของสถาปัตยกรรมแบบบาโรก ตัวพระราชวังมีลักษณะเป็น 4 เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งมีทั้งหมด 3 ชั้น ภายในกระกอบไปด้วยห้องจำนวนมาก แถมยังตกต่างด้วยภาพวาด มีวัตถุโบราณมากมายตั้งโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้ชม มากกว่า 3 ล้านชิ้น
– ภาพอาคาร โดยภาพอาคารที่เราได้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ก็คืออาคารเสนาธิการทหาร สีส้มตัดกับขาว มีลักษณะโค้งตกแต่งด้วยรถม้า และรูปปั้นนักรบ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับโบสถ์แห่งหยดเลือด แนะนำว่าหากท่านได้ไปเยือนโบสถ์แห่งหยดเลือด เมื่อท่านชมเสร็จก็อย่าลืมที่จะมาชมอาคารแห่งนี้ต่อได้ เพียงแค่เดินออกมาไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว
– ภาพวิหาร วิหารเซ็นไอแซค เป็นวิหารที่ถูกเผยแพร่รูปภาพมากที่สุดวิหารหนึ่งในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเลยก็ว่าได้ วิหารแห่งนี้กระกอบไปด้วยประติมากรรมบอร์น และภาพวาด มีโดมสีทองที่เป็นสัญลักษณ์ขนาดใหญ่ ภายในยังมีภาพ Icon รูปเซนต์นิโคลาสเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งเป็นโมเสกที่ใช้เวลานานมาก จึงทำให้วิหารแห่งนี้สวยงามตระกาลตา เป็นที่ดึงดูดใจของช่างภาพหลายๆ ท่าน

ผลงานภาพถ่ายของ แอนดี้ เซลิเวอร์สตอฟฟ์

andywithcamera

แอนดี้ เซลิเวอร์สตอฟฟ์ ช่างภาพชาวรัสเซีย วัย 58 ปี เขาได้เริ่มต้นการหลายรูปมาหลายปีมากแล้ว แต่เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา แอนดี้ตัดสินใจที่จะเอาจริงเอาจัง กับการถ่ายรูปมากขึ้น แอนดี้เล่าว่าในช่วง summer ที่ผ่านมา มีเพื่อนรักของเขามาขอร้องให้ถ่ายรูปลูกในวัยหัดเดินของเขา ซึ่งแอนดี้ก็ได้ตอบตกลงไป แล้วนัดเจอกับเพื่อนเขาที่สวนสาธารณะ แต่เมื่อถึงเวลาที่นัดกันไว้ปรากฏว่าวันนั้นไม่ได้มีเพียงอลิซ ซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อนแอนดี้ แต่อลิซมาพร้อมกับสุนัขตัวใหญ่ของเธอ ดังนั้นแอนดี้จึงได้ตัดสินใจที่จะไม่ถ่ายอลิซเพียงคนเดียว แต่เค้าจะถ่ายอลิซพร้อมกับสุนัขของเธอด้วย  ทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงเป็นที่มาของหนังสือ Little Kids and Their Big Dogs

แนวคิดผลงาน Little Kids and Their Big Dogs

โดยเป้าหมายของการถ่ายภาพชุดนี้ไม่เพียงแค่ถ่ายเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพที่แอนดี้ต้องการจะสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับสัตว์เลี้ยงของเขา ในแนวคิดที่ว่า ความสุขอันที่ไม่มีที่สิ้นสุดและความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันระหว่างเด็กกับสัตว์ โดยแอนดี้มีความตั้งใจมากกับการทำความรู้จักกับบุคลิกของโมเดลของเค้าอย่างสุดความสามารถ นั่นก็คือ สุนัข นั่นเอง แอนดี้เน้นว่าสุนัขแต่ละสายพันธุ์จะมีการแสดงออกที่แตกต่างกัน  แต่โดยรวมลักษณะที่แอนดี้ต้องการสื่อผ่านชุดภาพถ่ายชุดนี้คือ ความรักที่มนุษย์มีให้กับสุนัขที่อยู่เหนือสิ่งอื่นใด ที่ทำให้เราใกล้ชิดกับมัน

แอนดี้กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังๆมานั้น ความสุขของเขาคือ การได้ถ่ายถาพสุนัขทุกชนิด แต่สิ่งที่พิเศษกว่าคือ การได้เห็นรอยยิ้ม ที่สื่อถึงความรักอันยิ่งใหญ่ ของเหล่าเด็กๆ ซึ่งพวกเขาสัมผัสแอนดี้ผ่านทางอารมณ์ และแอนดี้ก็เชื่อว่าไม่เพียงแค่เด็กเหล่านี้เท่านั้นที่มีความสุข คนที่ได้รับชมภาพของเขาเองก็จะมีความสุขไม่แพ้เด็กๆ เหล่านี้ ผลงานซีรีย์ชิ้นนี้ของแอนดี้ เซลิเวอร์สตอฟฟ์ ได้รับการตอบรับอย่างดี มีหลายคนเสนอตัวที่จะให้ถ่ายภาพเด็กและ สุนัขอีกหลากหลายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ แอนดี้ เซลิเวอร์สตอฟฟ์ ใช้เวลาในการถ่ายภาพชุดนี้ที่เซนปีเตอร์เบิร์ก ในระยะเวลากว่า 4 เดือน ก่อนที่จะคัดเลือกเอาภาพที่ดีที่สุดกว่าร้อยภาพมาลงในหนังสือ ประจำเดือนมกราคม ในปี 2017

ภาพของแอนดี้ เซลิเวอร์สตอฟฟ์ ชุดนี้ที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์ในบ้านเรามากที่สุด คือภาพของเด็กชายที่มีชื่อว่า อาเธอร์กับสุนัขตัวโปรดที่ชื่อซุส ซุสเป็นสุนัขที่มีขนาดใหญ่มาก และขนยุ่งมีลักษณะคล้ายไม้ถูกพื้น เป็นภาพที่มันกำลังวิ่งเล่นอยู่ท่ามกลางหิมะกับอาเธอร์ ในเมืองเซนปีเตอร์สเบิร์ก ในประเทศรัสเซีย ซึ่งภาพที่ออกมาแสดงถึงความรักที่อบอุ่นของอาเธอร์และซุส พร้อมทั้งความองค์ประกอบภาพที่สวยงาม จึงทำให้ภาพนี้กลายเป็นภาพที่คุ้นตาของคนไทยหลายๆ คน

 

เหตุผลของช่างภาพที่ต้องการไปเยี่ยมชม เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

moscow_Tour

Saint Petersburg (เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของประเทศรัสเซีย Saint Petersburg ถูกสร้างขึ้นโดย จักรพรรดิปีเตอร์ที่ 1 แห่งรัสเซีย หรือ ปีเตอร์มหาราช ซาร์ปีเตอร์ที่ 1 เป็นจักรพรรดิที่มีอำนาจมากของยุโรป โดยเป็นจักรพรรดิมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1682 เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของรัสเซีย และได้รับการรับรองจากองค์กรยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย ทั้งนี้เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กยังเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ช่างภาพหลายคน ใฝ่ฝันที่จะไปถ่ายภาพในเมือง St. Petersburg ด้วยเหตุผลที่ไม่ควรพลาดดังนี้
• เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ถูกขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งเทพนิยาย เนื่องจากมีสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีตงดงาม ตกแต่งด้วยอัญมณี เป็นผลงานจากศิลปินในอดีตหลายๆ ท่าน ตามแบบฉบับของโรมัน ทั้งพระราชวัง วิหาร โบสถ์ รูปปั้นสฟิงค์ และที่เห็นได้ชัดที่สุดเมื่อไปเยือนเมืองนี้ก็คือ ป้อมปีเตอร์แอนด์ปอลด์ เป็นสถาปัตยกรรมแรก ที่ถูกสร้างขึ้นในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สร้างด้วยอิฐ เป็นลักษณะคล้ายๆ ทรงหกเหลี่ยม จุดประสงค์ที่สร้างป้อมนี้ คือ เอาไว้ป้องกันศัตรู ป้อมนี้ตั้งอยู่ที่เกาะ Vasilievsky และป้อมปีเตอร์แอนด์ปอลด์ ยังเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความสูงมากที่สุดในเมืองแห่งนี้ด้วย
• เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีแม่น้ำที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยง นั่นก็คือ แม่น้ำเนวา แม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ นิยมล่องเรือชมความงามของสถาปัตยกรรม ของทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำ ในบรรยากาศนี่แสนสงบ ทั้งแม่น้ำที่ใสสะอาดจนแทบจะมองเห็นตัวปลา เรือที่ล่องในแม่น้ำสายนี้เป็นเรือที่ตกแต่งด้วยความสวยงาม สามารถจุคนได้หลายคน ในช่วงเดือนธันวาคม – เมษายน แม่น้ำเนวากลายเป็นน้ำแข็งที่สวยงามมาก นักท่องเที่ยวไม่สามารถล่องเรือได้ตามปกติ แต่ก็ยังสามารถที่จะไปที่แม่น้ำเพื่อชมลำธารน้ำแข็งแห่งนี้ได้ และแน่นอนแม่น้ำแห่งนี้จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ช่างภาพทั้งหลายอยากจะมาเก็บภาพอันสวยงามไว้ โดยเฉพาะช่วงรุ่งเช้า และช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
• เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เป็นเมืองที่รักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้ค่อนข้างดี การใช้ชีวิตของคนที่นี่เป็นไปอย่างสงบสุข หากนักท่องเที่ยวท่านใดได้มาชมก็จะได้สัมผัสกับกลิ่นไอของความเป็นชาวรัสเซียดั้งเดิม วัฒนธรรมที่สวยงาม ทั้งความเป็นอยู่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นที่ต้องการของช่างภาพที่ชื่นชอบการถ่ายภาพแนวสตรีท การถ่ายภาพแนวสตรีท หรือเรียกอีกอย่างว่า Street photography คือการใช้เทคนิคต่างๆ ผสมผสานการถ่ายภาพ เพื่อให้ได้ภาพที่สื่อถึงสภาพความเป็นจริงของบ้านเมือง เหตุการณ์ ผู้คนต่างๆ โดยไม่มีการเตรียมหรือเซ็ตไว้ก่อนแต่อย่างใด ซึ่งเมืองแห่งนี้ก็สามารถทำได้ดี ในการจะเป็นแบบให้ช่างภาพได้เก็บภาพ ความสวยงามของวัฒนธรรมของรัสเซียดั้งเดิม และเผยแพร่วัฒนธรรมผ่านรูปภาพให้คนทั่วโลกได้เห็น

Best places to visit เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

rhqovr.1amyo

เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ได้รับฉายาว่า งดงามดุจราชินีแห่งยุโรปเหนือ ทั้งนี้ก็เพราะเมืองแห่งนี้ทั้งงดงาม ทั้งเจริญรุ่งเรือง แถมยังมีสิ่งก่อสร้างที่ถูกสร้างมาอย่างสวยงามสมกับฉายาที่ได้รับ ในบทความนี้จึงได้ยกตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กมาให้หลายๆคนได้ทราบกัน ไว้เป็นแรงบันดาลใจหากใครคิดอยากจะไปเที่ยว เก็บภาพสวยๆ จากรัสเซีย

  • Hermitage Museum (พระราชวังฤดูหนาว) เป็นสถาปัตยกรรมที่มีความเก่าแก่ แต่ยังคงความสวยงามไว้ได้อย่างสมบูรณ์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2307 สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงความมีอำนาจของซาร์แห่งรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ Catherine II of Russia ท่านได้สะสมภาพวาดจากทั่วโลกไว้ในห้องสะสม ในปัจจุบันจึงมีการจัดหมวดหมู่ภาพวาดแล้วจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชม พระราชวังแห่งนี้ยังเป็นพระราชวังที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
  • Isaac’s Cathedral (มหาวิหารเซนต์ไอแซค) ถูกสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2361 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2401 ตลอดระยะ 40 ปี ในการก่อสร้างด้วยความประณีตในทุกรายละเอียด ทำให้วิหารแห่งนี้กลายเป็นวิหารที่สวยที่สุดในประเทศรัสเซีย ด้านในมีเสาที่ทำด้วยหินแกรนิต ด้านในมีภาพวาดประมาณ 400 ภาพ และมีสัญลักษณ์ที่โดดเด่นคือ โดมทองขนาดใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นแลนมาร์คของวิหารแห่งนี้
  • Peterhof (พระราชวังฤดูร้อน) พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ทะเลบอสติก สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนของกษัตริย์รัสเซียในฤดูร้อน ด้วยระยะเวลากว่า 10 ปี พระราชวังแห่งนี้ถูกออกแบบโดยชาวรัสเซียที่มีความสามารถในการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรม และประติมากรรม ที่เข้ามารวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ และมีความร่วมสมัย ส่วนมุมที่อยากแนะนำให้ช่างภาพได้เก็บภาพนั่นคือ Grand Palace พระราชวังแห่งนี้ประดับด้วย น้ำพุขนาดใหญ่ ที่มีการวาดลวดลายและประดับด้วยรูปปั้นสีทอง โดยรวมแล้วมีลักษณะคล้ายกับน้ำตกจำลอง ทำให้น้ำพุด้านหน้าพระราชวังมีความอลังการงานสร้างเหมาะแก่การเก็บภาพวิวสวยๆ
  • Palace Bridge (สะพานพระราชวัง)  สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2455 สะพานแห่งนี้ถูกเรียกว่าสะพานพระราชวังก็เพราะว่า เป็นสะพานที่ให้ข้ามฝั่งจากพระราชวังฤดูหนาวไปยังเกาะวาซิลเยฟสกี้  เมื่อสะพานแห่งนี้เปิดออกจะทำให้มองเห็น Peter and Paul Fortress อยู่ตรงกลางพอดิบพอดี สะพานแห่งนี้จึงเป็นอีกมุมหนึ่งที่แสนพิเศษในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
  • The Peter and Paul Fortress (ป้อมปีเตอร์แอนด์ปอล) ป้อมแห่งนี้เป็นสิ่งแรกที่สร้างในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพราะเป็นป้อมที่สร้างเพื่อป้องกันการรุกรานของศัตรู โดยในอดีตป้อมแห่งนี้เป็นไม้ และช่วงหลังมานั้นมีการบูรณะเปลี่ยนเป็นหิน แล้วใช้เป็นที่คุมขังนักโทษ ป้อมแห่งนี้ยังเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอีกด้วย ที่นี่จึงเป็นอีก 1 แลนด์มาร์คที่ช่างภาพไม่ควรพลาด

ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเท่านั้น เมืองแห่งนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายให้ช่างภาพได้เก็บภาพ ไม่ว่าจะเป็นทะเล สวนสาธารณะ หรือแม้แต่แหล่งช็อปปิ้งก็ยังประดับประดาไปด้วยไฟที่สดใส ซึ่งเหมาะแก่การถ่ายภาพโบเก้ตอนกลางคืนสุดๆ